วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

วิธีการป้องกันเชื้อราในช่องคลอด อาการและสาเหตุ

วิธีการป้องกันเชื้อราในช่องคลอด อาการและสาเหตุ


โรคเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal candidiasis) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในสตรีทั่วไป จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สามารถถ่ายทอดโรคไปยังคู่นอนได้ และมักพบการติดเชื้อราร่วมกับการติดเชื้อชนิดอื่นๆได้สูง เช่น โรคเริม หรือโรคเอดส์ เป็นต้น นอกจากนี้สตรีที่มีภาวะเบาหวาน สตรีที่รับประทานยาสเตีย รอยด์ หรือยาปฏิชีวนะ เป็นเวลานานๆ จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราได้สูงเช่นกัน

เชื้อราในช่องคลอด
สภาวะติดเชื้อราในช่องคลอด หมายถึงภาวะที่เชื้อราที่มีชื่อว่า แคดิดา แอลบิแคนส์ (Candida Albicans) เติบโตมากผิดปกติ จนทำให้มีอาการคันและตกขาวบริเวณช่องคลอด หรือปากช่องคลอด สภาวะใดก็ตามที่เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายในช่องคลอด มักเป็นสาเหตุให้เชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้น
สาเหตุของการติดเชื้อรา ยังอาจจะเกิดจากการสวมใส่ชุดชั้นในที่ไม่สะอาดหรือตากในที่อับแบบไม่โดนแสงแดด การใส่ชุดชั้นในที่รัดแน่นจนเกินไป โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีเหงื่อเยอะจะทำให้เกิดความอับชื้น ในจุดซ่อนเร้นเยอะมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้อาจจะเกิดจากภาวะร่างกายที่อ่อนแอ ภูมิต้านทานต่ำ และต้องรับประทานยาปฏิชีวนะนานๆ
อาการเริ่มแรก ตกขาวจะมีสีขาวหรือเหลืองเป็นก้อนคล้ายนมบูด มีกลิ่นที่ผิดปกติ โดยช่องคลอด จะเกิดการระคายเคือง จนทำให้คันมากจนแทบทนไม่ได้
อาการรุนแรงมาก จะคันมาถึงบริเวณขาหนีบและมีอาการแสบ แดง และระคายเคืองอย่างรุนแรงได้ บางคนอาจจะรู้สึก แสบในช่องคลอดเวลาถ่ายปัสสาวะ

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในช่องคลอดที่พบบ่อย ได้แก่
-  ภาวะตั้งครรภ์ เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ปริมาณสารไกลโคเจน (Glycogen) ซึ่งจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสในช่องคลอดสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้เชื้อรามีการเจริญเติบโตดีขึ้น นอกจากนี้ปริมาณฮอร์โมนที่สูง ขึ้น ก็จะทำให้เชื้อรามีปริมาณมากขึ้นเช่นกัน
-  โรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมโรคไม่ดี
-  การใช้ยาปฏิชีวนะ เป็นเวลานานเกินไป จะไปทำลายเชื้อต่างๆที่ทำให้เกิดภาวะสมดุลของเชื้อราในช่องคลอด ทำให้เชื้อราเพิ่มปริมาณมากขึ้น
-  การรับประทานยาสเตียรอยด์ เพราะจะลดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค
-  ผู้ป่วยที่มีโรคภูมิคุ้มกันต้านทานบกพร่อง หรือโรคเอดส์
-  การใส่กางเกงที่คับมากและอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนชื้น
-  ภาวะที่คู่นอนมีการติดเชื้อรา

วิธีรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด ทำได้อย่างไร
แนวทางการรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด คือ
-  ใช้ยาฆ่าเชื้อรา อาจจะเป็นยาสอดทางช่องคลอดกลุ่ม Imidazole derivatives หรือยารับประทานกลุ่ม Ketoconazole , Polyene antibiotics หรือ Itraconazole นอกจากนี้ สามารถใช้ยาทาเฉพาะที่เพื่อบรรเทาอาการคันร่วมด้วยได้
-  รักษาปัจจัยเสี่ยงหรือปัจจัยเสริมต่างๆที่พบร่วมด้วย เช่นโรคเบาหวาน หรือโรคอื่นๆ ที่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ
-  ต้องรักษาคู่นอนร่วมด้วยเสมอ
-  ในรายที่รักษาไม่หายหรือเป็นเรื้อรัง พยายามตรวจหาโรคเอดส์ หรือโรคเบาหวาน ด้วยเสมอ

วิธีป้องกันเชื้อราในช่องคลอด
1. กินโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ เพื่อเพิ่มแลคโตบาซิลลัสในช่องคลอด จะสามารถช่วยลดอัตราการเป็นเชื้อราในช่องคลอดได้
2. กินอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลทีมีดัชนีไกลซีมิกต่ำ เพื่อให้น้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นที่ละน้อย
3. หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ ภาวะแพ้อาหารทำให้อาการของโรคแย่ลง
4. ผ่อนคลายความเครียด เพราะความเครียดเป็นสาเหตุให้โรคกำเริบ
5. หลีกเลี่ยงกางเกงชั้นในที่นัดแน่น ควรสวมใส่เสื้อผ้าสบาย
6.  การทำความสะอาด ควรใช้น้ำสะอาดเท่านั้น

------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/HealthyThailandCenter    
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40HealthyThailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม  http://goo.gl/oogIL8

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น